แฟรนไชส์
วันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีสร้างรายได้กัน ในหนังสือเรื่องเงินสี่ด้านของโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้แบ่งการประเภทของการสร้างรายได้เป็น 4 ประเภท คือ 1.E ย่อมาจาก employee 2. S ย่อมาจาก Self employ หรือ Small business owner 3. B ย่อมาจาก Business owner และ 4.I คือ Investor โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ซึ่งฝั่งซ้ายคือ EและS ส่วนฝั่งขวาคือ BและI ฝั่งซ้ายจะเป็นฝ่ายที่ต้องทำงานถึงจะเกิดรายได้ หากหยุด หรือไม่ได้ทำงาน ก็จะไม่มีรายได้ ส่วนฝั่งขวา คือฝั่งที่โรเบิร์ต เรียกว่าฝั่งที่ทำให้พบกับอิสรภาพทางด้านการเงิน นั่นก็คือลาพักร้อนแล้วยังมีรายได้ รายได้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานของตัวเอง เราไม่ได้เป็นที่มาของรายได้ แต่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของระบบ หรือเครือข่ายที่สร้างงาน และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดไม่ว่าจะเป็นวันพุธ ไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ได้สร้างเงินได้ทุกวัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการที่จะได้พบอิสรภาพทางด้านการเงินและเวลา และแฟรนไชส์ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ทั้งฝั่งซ้ายและขวา หากแฟรนไชส์นั้นขนาดเล็ก ผู้ที่ลงทุนซื้อแฟรนไชส์มา ต้องเป็นผู้ทำเองก็เท่ากับอยู่ตรงตำแหน่ง I แต่หากซื้อแฟรนไชส์มาแล้วมีลูกน้องทำงานให้ ก็จะตกอยู่ตำแหน่ง B ซึ่งอยู่ฝั่งด้านขวาของเงินสี่ด้าน และหากลงทุนให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ โดยแค่รอรับเงินปันผลก็จะเป็นตำแหน่ง I และธุรกิจแฟรนไชส์ถือได้ว่าเข้ามามีบทบาทในการสร้างรายได้ให้กับคนไทยมากขึ้น เพราะเนื่องจากมีระบบการทำงานที่มีมาตรฐานจากเจ้าของแฟรนไชส์รองรับ แต่ก็ยังไม่มีแฟรนไชส์ใดที่กล้าการันตีว่าซื้อแฟรนไชส์นี้ไปแล้วจะสามารถพบอิสรภาพทางการเงินอย่างแน่นอน จากการที่ผู้คนเริ่มมองหาการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของธุรกกิจ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือเรื่องการจัดการทางด้านการเงิน และการบริหารเงินของธุรกิจแฟรนไชส์ด้วย
แฟรนไชส์